ก้าวข้ามเพศมายา การเปิดพื้นที่ให้แก่ชีวิตและเพศวิถีนอกกรอบจารีต

ก้าวข้ามเพศมายา การเปิดพื้นที่ให้แก่ชีวิตและเพศวิถีนอกกรอบจารีต
อธิฌลา

"ในภาษาสิทธิมนุษยชน เรื่องเพศเป็นเรื่องของการกำหนดวิถีชีวิตและอนาคตตัวเอง
การที่เราจะอยู่กับเพศตรงข้ามหรือเพศเดียวกันนั่นคืออนาคต ซึ่งเรามีสิทธิจะเลือกได้...เป็นสิทธิในชีวิต"


ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี ผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

Overcomegendermythsค่ำคืนวันที่ 29 สิงหาคม 2555 รายการ “พื้นที่ชีวิต” ทางสถานีโทรทัศน์ Thai PBS ได้นำเสนอตอน “ก้าวข้ามเพศมายา” สำหรับดิฉัน นี่คือประตูบานใหม่ที่ทรงพลังและมีนัยสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเปิดพื้นที่ให้แก่ชีวิตและเพศวิถีนอกกรอบจารีต “ก้าวข้ามเพศมายา” สะท้อนภาพความจริงบางอย่างที่แฝงฝังในสังคมไทยผ่านการบอกเล่าของคนห้ากลุ่มหลัก ได้แก่ ผู้กำกับ (ภาพยนตร์) นักวิชาการ นักบวช นักเคลื่อนไหวทางสังคม และผู้ทำหน้าที่พิธีกรคือคุณนุ่น ศิรพันธุ์ วัฒนจินดา และคุณวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ซึ่งเป็นตัวแทนของคนทั่วไปที่มอง “เข้า” มาในประเด็นนี้ สิ่งที่ “ก้าวข้ามเพศมายา” สะท้อนสู่สังคมจึงมีมิติที่ลุ่มลึกและหลากหลายอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ไม่ค่อยมีการกล่าวถึงนักอย่าง สุนทรียภาพ ศาสนา วัฒนธรรม และความเป็นชายขอบของชายขอบ
2012-09-06
Hits: 1758

กะเทย ปริญญา วาระพิธี และศักดิ์ศรีความเท่าเทียม

กะเทย ปริญญา วาระพิธี และศักดิ์ศรีความเท่าเทียม*

คทาวุธ  ครั้งพิบูลย์
เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย
นักศึกษาปริญญาโท คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.


“ทุกคนบนโลกหลากล้วนแต่ปรากฏเพศของตนที่ชัดเจน หากแต่เพศภาวะนั้นเป็นสิ่งที่อยู่ภายใต้ความรู้สึกที่อยู่ข้างในที่ทำให้รู้สึกไปสู่ความหญิงหรือชาย ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วทุกคนต่างตระหนักและรู้ตัวในความเป็นหญิงและชายของตนเองผ่านลักษณะของทางด้านร่างกาย ปรากฏมาตั้งแต่เกิดมาผ่านทางเครื่องเพศ แต่ในสำหรับเด็กหรือผู้ใหญ่ที่เป็นคนข้ามเพศนั้น (Transgender) นั้น ความรู้สึกความเป็นหญิงหรือชายนั้นไม่ได้ปรากฏและแสดงออกผ่านทางเครื่องเพศที่ติดตัวมาแต่กำเนิด หากแต่เขาเหล่านั้นเป็นบุคคลที่รู้สึกได้เองว่าเป็นชายเพียงกาย แต่ภายในเป็นหญิง” (Stephanie Brill & Caitlin Ryan,2008)


เกริ่นนำ

Kath-STP2012บทความนี้มุ่งนำเสนอประสบการณ์กะเทยผ่านทั้งตัวผู้ศึกษาและเพื่อนพ้องกะเทยในกลุ่มผู้จบการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัย กับการเข้าสู่พิธีเข้ารับใบปริญญาบัตร ที่นับได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนให้เห็นประเด็นการต่อรองของกะเทยกับงานรับปริญญา ที่มีกระทบต่อคุณค่าในตัวตน วาระพิธีนี้ส่งผลต่อประเด็นศักดิ์ศรีและความเท่าเทียมได้อย่างไร เหตุใดการสร้างคุณค่าและการตอบรับกับการเข้าสู่พิธีการรับปริญญาเป็นเรื่องที่ผู้คนให้ความสำคัญกับวาระนี้มากกว่าความพากเพียรในการศึกษาการเรียนรู้ แต่กลับยึดถือในการประกาศซึ่งเกียรติคุณของการศึกษาผ่านการเข้าร่วมพิธีการรับปริญญา  ในช่วงเวลาของการเรียนถูกผูกโยงไปกับเรื่องความภาคภูมิและคุณค่า พบว่าการจำแนกเพศภาวะให้มีความเฉพาะหญิงหรือชายนั้น เป็นแบบคู่ตรงข้ามกันคู่เดียวนั้น ทำให้กลุ่มกะเทยไม่สามารถจัดเข้าประเภทชายหรือหญิงและนำไปสู่การจัดเป็นเพศชายขอบไม่ได้รับการยอมรับ นับได้ว่ากระบวนการดังกล่าวเป็นการมองคนที่ภายนอก แท้ที่จริงกะเทยมีคุณค่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการเป็นสมาชิกของคนในสังคม (กฤฏยชนม์ สุขยะกฤษ์,2552: 27-28) ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวของ Brill&Ryan ที่อธิบายการสร้างความเข้าใจในอัตลักษณ์ของกะเทยและคนข้ามเพศที่ไม่ได้ยึดโยงกำเพศกำเนิด แต่เป็นไปตามการรับรู้ในความเป็นเพศด้วยตัวเอง โดยภายใต้ระบบสังคมและวัฒนธรรมแบบไทยนั้น ไม่สามารถมองข้ามสิ่งที่เรียกว่ากาลเทศะหรือกฎระเบียบทางสังคม ซึ่งมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการรับรู้ตัวตน ในการเปิดเผยตัวตนและการปรับแต่งตัวตน จึงมีช่วงวัยและพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น กะเทยหลายคนไม่สามารถเปิดเผยตัวตนของตนเองเมื่อเมื่ออยู่ในบ้านกับพ่อแม่ แต่เลือกที่จะเปิดเผยตัวตนในโรงเรียน มหาวิทยาลัย พื้นที่จึงเป็นอำนาจในตัวเองที่จะสามารถหยิบใช้ตัวแบบใดตามสถานะและบทบาททางสังคมในแต่ละช่วงวัยที่ตนต้องการได้ ทั้งนี้การเปิดเผยตัวตนของพื้นที่ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ก็ยังมีกฎระเบียบทางสังคม และบริบทวัฒนธรรมพื้นที่นั้นๆ เข้ามามีอิทธิพลกับอัตลักษณ์ทางเพศภาวะ และเพศวิถีของกะเทย (สิทธิพันธ์ บุญญาภิสมภาร และคณะ,2551: 21) จึงทำให้กะเทยส่วนใหญ่ต่างพยายามช่วงชิงความเป็นอัตลักษณ์ของตนเองและพยายามนำเสนอในช่องทางที่จะสามารถแสดงออกมา
ชีวิตกะเทยไม่น้อยที่กว่าจะเข้าถึงการศึกษาและสามารถเปิดเผยชีวิตและตัวตนได้อย่างเสรีตามแต่ใจใฝ่อัตลักษณ์นั้นเป็นเรื่องยากและพื้นที่ในการเผิดเผยมีน้อยนั้นในระบบระเบียบ การเฉลิมฉลองต่อความสำเร็จในชีวิตที่ต้องเป็นไปตามอัตลักษณ์กะเทย ยิ่งเป็นเรื่องท้าทายต่อกฎเกณฑ์และธรรมเนียม รวมทั้งการทำลายซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ ประเด็นที่น่าสนใจคือ  วิธีคิดในการสร้างคุณค่าที่ไม่เท่าเทียมกัน เปรียบเสมือนการเปิดโอกาสที่แฝงด้วยการควบคุม อย่างมีเงื่อนไขและกลไกการทำลายตัวตนของกะเทยที่เกิดขึ้นในวาระพิธีนี้ อันมีที่มาที่ไปผ่านการกดขี่และเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
2012-08-16
Hits: 3431

กะเทยแต่งหญิงรับปริญญา: ฤาจะได้ไม่คุ้มเสีย

กะเทยแต่งหญิงรับปริญญา: ฤาจะได้ไม่คุ้มเสีย

เจษฎา แต้สมบัติ
This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

graduation-ceremonyจากกระแสข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 16 สิงหาคม 2555 พาดหัวข่าวว่า “ธรรมศาสตร์ไฟเขียวบัณทิตชายแต่งหญิงรับปริญญาฯ” ในฐานะตนเองนักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนและความป็นธรรมทางเพศในมิติความหลาหลายทางเพศ (กะเทย ทอม ดี้ หญิงรักหญิง ชายรักชายและเกย์) ต้องขอปรบมือและแสดงความชืมยินดีกับคุณบารมี พานิช หรือคุณเด่นจันทร์ที่ลุกขึ้นปกป้องและพิทักษ์สิทธิของตนเอง เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางเพศ หากเมื่อพิจารณาการใช้เหตุผลอธิบายสนับสนุนเพื่อได้มาซึ่งสิทธิในแต่งกายที่เหมาะสมสำหรับตนเองหรือข้ามเพศนั้นจะพบว่ามีข้อสังเกตุบางประการ กล่าวคือ

การใช้วาทกรรมทางการแพทย์อธิบายสนับสนุนว่า การเป็นกะเทย และหรือสาวประเภทสอง และหรือคนข้ามเพศ นั้นเป็นความเจ็บป่วยทางจิตที่ควรได้รับการบำบัดรักษาด้วยการแต่งกายข้ามเพศ นั้นขัดต่อหลักการยอกยาการ์ต้าว่าด้วยการใช้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ในประเด็นวิถีทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ (2551) ที่ระบุว่า ห้ามมิให้มีการบีบบังคับผู้ใดให้รับกระบวนการทางการแพทย์ รวมถึงการผ่าตัดแปลงเพศ การทำหมัน การรักษาด้วยฮอร์โมน เพราะเป็นเงื่อนไขเพื่อให้ได้มาซึ่งการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศตามกฎหมาย ดังนั้น การที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีนโยบายให้นักศึกษากะเทยต้องมีใบรับรองทางการแพทย์เป็นหลักฐานในการยื่นเรื่องของแต่งเครื่องแบบหญิง ทำให้กะเทยต้องตกอยู่ในสภาวะจำยอมตกเป็นผู้ป่วยทางจิต

แท้ที่จริงสิทธิในการกำหนดเจตจำนงในวิถีชีวิตทางเพศของบุคคล เป็นสิทธิโดยชอบธรรม ติดตัวมาโดยกำเนิด ไม่สามารถพรากจาก หรือรอนซึ่งสิทธิดังกล่าวได้ ดังนั้น กะเทยจึงมีความชอบธรรมในการกำหนดและบอกว่าตนเองเป็นเพศอะไร โดยไม่ต้องพึงความเห็นจากสถาบันทางการแพทย์
2012-08-16
Hits: 3262

ครู "เพศที่สาม" ต้นแบบของสังคมที่เคารพความแตกต่างหลากหลาย

lgbt_schoolครู “เพศที่สาม” ต้นแบบของสังคมที่เคารพความแตกต่างหลากหลาย
โดย ไพศาล ลิขิตปรีชากุล โครงการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ


ทำไมถึงมี “เพศที่สาม”


คนส่วนใหญ่จำนวนมากมี “อัตลักษณ์ทางเพศ”(ความรู้สึกส่วนลึกภายในว่าตนเองเป็นเพศหญิงชายหรืออื่นใด)ที่ตรงกับลักษณะเพศตามร่างกายของตน แต่ในสังคมและวัฒนธรรมมากมายในทุกยุคสมัย ยังมีประชากรส่วนน้อยส่วนหนึ่งที่มีความรู้สึกส่วนลึกภายในไม่ตรงกับเพศตามร่างกายของตน ซึ่งถือว่าเป็นลักษณะความหลากหลายตามธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ ที่มีความแตกต่างกันในทุกๆ เรื่อง รวมถึงรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณ ความแข็งแรง บุคลิกนิสัย สติปัญญา ฯลฯ

หากจะถามว่า ทำไมคนส่วนน้อยนี้จึงมีความรู้สึกส่วนลึกไม่ตรงกับเพศตามร่างกาย ก็อาจจะต้องนึกย้อนถามว่า ทำไมเราจึงมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นหญิงหรือเป็นชาย ความรู้สึกนี้มาจากที่ใด เช่น หากลองสมมติว่าเราเป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงไป ทั้งตัว เราจะยังมีความรู้สึกเหลืออยู่หรือไม่ว่าตนเองเป็นเพศใด

ความรู้สึกว่าตนเองเป็นเพศใดนี้เป็นพัฒนาการด้านจิตใจที่เป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากจากเพศตามร่างกาย จึงย่อมไม่เป็นเรื่องแปลกที่คนจำนวนหนึ่งจะมีความรู้สึกส่วนลึกไม่ตรงกับร่างกาย เป็นความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติเฉพาะตน ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่า ความรู้สึกนี้ก่อตัวขึ้นชัดเจนอยู่ภายในจิตใจของเด็กแล้วตั้งแต่อายุยังน้อย โดยมีปัจจัยทางชีววิทยา เช่นพันธุกรรม ระดับฮอร์โมนที่ได้รับตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา รวมไปถึงสิ่งกระตุ้นภายนอกในช่วงเป็นทารกหลังคลอดไม่นานนัก
2012-06-09
Hits: 3846

เส้นทางหลากสายคนหลากสี

LGBT-HRs-Defenderเส้นทางหลากสายคนหลากสี
โดยชาธิป สุวรรณทอง

ไม่ว่ายุคไหน...คนที่มีความหลากหลายทางเพศในสังคมไทย ก็ไม่เป็นที่ยอมรับ หลายทศวรรษที่ผ่านมา พวกเขาจึงต้องออกมาเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียม

ที่ผ่านมา สังคมไทยเคยนิยามกลุ่มคนที่มีความแตกต่างทางเพศด้วยคำว่า “โรคจิต” “ผิดปกติทางเพศ” “เบี่ยงเบนทางเพศ” ฯลฯ หรือถ้อยคำอื่นที่แสดงความหมายในเชิงลบและสะท้อนการไม่ยอมรับ นำไปสู่การเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิ กว่าจะมาถึงนิยามล่าสุดว่า “บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ”

การทำความเข้าใจกับเส้นทางการเคลื่อนไหว เพื่อสิทธิของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศในสังคมไทย อาจเป็นวิถีทางหนึ่งที่นำไปสู่การอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพในสิทธิของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
2012-03-10
Hits: 2103
Copyright © 2015 The Foundation of Thai Transgender Alliance for Human Rights
มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (The Foundation of Thai Transgender Alliance for Human Rights)
C/O ศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณสุขสวัสดิการและสังคม เลขที่ 25/25 ชั้น 3 อาคารคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170 โทรสาร 0-2441-9184, 0-2441-9515 ต่อ 112 (แฟกซ์อัตโนมัติ) Email: thaitga@ gmail.com