สิ่งที่ผู้ชายควรรู้ เมื่อเดทกับกะเทย/สาวประเภทสอง

translover2สิ่งที่ผู้ชายควรรู้ เมื่อเดทกับกะเทย/สาวประเภทสอง
เจษฎา แต้สมบัติ
เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย

ดิฉันมานั่งนึกถึงสมัยเป็นกะเทยเด็กน้อยที่ในช่วงวันแห่งความรัก จะเลือกเอาหนังสือ How to... เกี่ยวกับความรักมานั่งอ่าน เช่น การออกเดท การเลือกของวัญ การเลือกร้านอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่ผู้เขียนก็มักคำนึงถึงรูปแบบความรักของผู้หญิงและผู้ชายเป็นหลัก แล้วรูปแบบการออกเดทของกะเทย/สาวประเภทสอง/คนข้ามเพศ กลับไม่ได้มีการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจในสังคม ทำให้ผู้ชายที่มาออกเดทกับกะเทยไม่รู้จะวางตัวอย่างไร พูดจาอย่างไร ทำให้เกิดสูญกาศ (Death air) กันไป

เนื่องในเทศกาลวาเลนไทน์นี้ ดิฉันในฐานะที่ผ่านประสบการณ์ความรักบ้าง ช้ำบ้าง จะขอนำประสบการณ์ความรักของตนเองซึ่งเป็นรักต่างเพศและมีคู่รักที่นิยามตนเองว่าเป็นผู้ชายผนวกกับประสบการณ์ทำงานเรื่องสิทธิของกะเทย/สาวประเภทสอง/คนข้ามเพศ มาแบ่งปันกับหนุ่มๆ ที่จะออกเดทกับกะเทยนะคะ ในความเป็นจริงของสังคมนั้น รูปแบบความรักของกะเทยนั้นไม่ได้มีคู่รักเพียงผู้ชายเท่านั้น เราจะพบรูปแบบความรักที่หลากหลายและไม่จำกัดที่เพศค่ะ

เรามาดูกันว่าในการออกเดทนั้นคุณผู้ชายต้องคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง นั้นคือ

การปรับและเปลี่ยนความคิดอคติ การปรับและจูนความคิดที่มีอคติ นั้นคือ กะเทยเก่งและหมกหมุ่นในเรื่องเพศ, กะเทยต้องเลี้ยงผู้ชาย, กะเทยสามารถมีเพศสัมพันธ์กับใครก็ได้ และกะเทยเป็นวัถตุทางเพศ ฯลฯ ทัศนคติดังกล่าวส่งผลให้นำไปสู่พฤติกรรมและการกระทำที่เป็นการคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศ อีกทั้งคุณไม่เหมารวมว่ากะเทยทุกคนจะเป็นเหมือนกันทั้งหมด วิธีที่ง่ายที่สุดในการปรับความคิด นั้นคือ ให้มองว่า “กะเทยก็คือผู้หญิงคนหนึ่ง” ให้ปฏิบัติกับเราอย่างเคารพเท่านั้นเอง

การสื่อสาร เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เดทของคุณผู้ชายจะ “รุ่ง” หรือ “ร่วง” การสร้างบทสนทนา เช่น คำถามต่างๆ ที่คุณควรหลีกเลี่ยง นั้นคือ

1) คำถามที่เกี่ยวกับเนื้อตัวร่างก่าย เช่น เป็นกะเทยมานานหรือยัง? ทำไมถึงเป็น? แปลงเพศหรือยัง? ทำหน้าอกหรือยัง? ทำศัลยกรรมอะไรมาบ้าง? ทำศัลยกรรมที่ไหน? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง? และทำศัลยกรรมแล้วเป็นรู้สึกอย่างไร? เพราะการที่คุณถามคำถามเกี่ยวร่างกายกับคู่ของคุณนั้น ทำให้คู่ของคุณคิดได้ว่าคุณสนใจเธอแค่เพียงร่างกาย แต่ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกหรือจิตใจเลย แม้ว่าคุณจะสงสัยหรือข้องใจจริงๆ ก็ตาม อันนี้ดิฉันเข้าใจเพราะเรื่องดังกล่าวไม่เคยมีการบอกการสอนกันมาก่อน แต่อยากให้คุณผู้ชายหาเวลาช่วงอื่นและค่อยๆ ถามอย่างสุภาพจะเหมาะสมกว่านะคะ

2) คำถามเกี่ยวกับครอบครัวและญาติ คุณผู้ชายต้องเข้าใจว่ากะเทยบางคนไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวและญาติพี่น้อง จากงานวิจัยพบว่าร้อยละ 38.4 กะเทยถูกความรุนแรงจากครอบครัว มากที่สุด คือ การด่าทอ เสียดสี ประชดประชัน ทำร้ายทุบตี บังคับให้กลับมาเป็นเพศตามที่สังคมคาดหวัง (รณภูมิ สามัคคีคารมย์, 2556) ดังนั้น คุณควรหลี่กเลี่ยง คำถาม เช่น ครอบครัวรับได้ไหม? ทำไมครอบครัวถึงไม่ยอมรับ? พ่อแม่รู้สึกอย่างไรเมื่อรู้ว่าเป็นกะเทย/สาวประเภทสอง/คนข้ามเพศ? และครอบครัวรู้เมื่อไรว่าเป็นกะเทย/สาวประเภทสอง/คนข้ามเพศ? เป็นต้น การตั้งคำถามในลักษณะดังกล่าว อาจจะเป็นการเปิดแผลทำให้คู่ รู้สึกเสียใจเมื่อต้องนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ดิฉันว่าคุณคงไม่อยากจะเห็นคนที่คุณรักเสียน้ำตาใช่ไหมคะ ดังนั้น ขอให้เลี่ยงคำถามดังกล่าวคะ

เดทครั้งนี้ใครจ่าย อันนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและความสะดวกใจของแต่ละคู่ แต่อย่างที่ดิฉันบอกไปว่าคุณผู้ชายต้องไม่คิดว่า “กะเทยต้องเลี้ยงผู้ชาย” เพราะความคิดดังกล่าวมาจากอคติและอยู่บนฐานของการแสวงหาผลประโยชน์มากกว่าความรัก สำหรับตัวดิฉันนั้นบอกกับคู่เลยว่าเราขอแชร์นะคะ ไม่ต้องเลี้ยง เพราะโดยส่วนตัวไม่ได้คาดหวังให้คุณผู้ชายมาเลี้ยง เพราะเราก็เลี้ยงตัวเองได้ และมองว่าเป็นการสร้างบรรทัดฐานของความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมและไม่เอารัดเอาเปรียบ แต่บางครั้งเขาอยากเลี้ยงดิฉันก็โอเค เพราะเป็นความต้องการของเขา แต่ก็จะบอกว่าครั้งหน้าดิฉันเลี้ยงนะ

ดิฉันคิดว่าแนวทางข้างต้นน่าจะเป็นแนวทางให้คุณผู้ชายได้นะคะ รูปแบบความรักระหว่างคุณและคู่อาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่สังคมคาดหวัง แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ผิดและไม่ควรนำมาตัดสินว่าจะไม่มั่นคงและยังยืนเหมือนคู่อื่นๆ สุดท้ายดิฉันขอเป็นกำลังใจให้ในทุกรูปแบบของความรักนะคะ





Copyright © 2015 The Foundation of Thai Transgender Alliance for Human Rights
มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (The Foundation of Thai Transgender Alliance for Human Rights)
C/O ศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณสุขสวัสดิการและสังคม เลขที่ 25/25 ชั้น 3 อาคารคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170 โทรสาร 0-2441-9184, 0-2441-9515 ต่อ 112 (แฟกซ์อัตโนมัติ) Email: thaitga@ gmail.com