เคท ครั้งพิบูลย์ : การรับรองสถานะของบุคคลข้ามเพศทางกฎหมาย

เคท ครั้งพิบูลย์ : การรับรองสถานะของบุคคลข้ามเพศทางกฎหมาย
  
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมารัฐสภาไอร์แลนด์ได้ผ่านกฎหมายการรับรองเพศสำหรับคนข้ามเพศทำให้คณะทำงานเพื่อสิทธิคนข้ามเพศได้บรรลุหลักการ Self-Determination ที่ให้คนข้ามเพศได้ตัดสินใจในการเป็นตัวเอง ทำให้ไอร์แลนด์เป็นประเทศลำดับที่ 4 ของโลกที่มีกฎหมายรับรองเพศภาวะ กะเทย/คนข้ามเพศจากทั่วทุกมุมมองต่างพยายามผลักดันให้มีกฎหมายที่รับรองสถานะของคนข้ามเพศ ในประเทศไทยจากที่เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย (Thai Transgender Alliance) และมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ ได้จัดงานประชุมแนวทางการขับเคลื่อนการรับรองสถานภาพทางเพศในประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ณ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นับเป็นเวทีที่ได้นำเสนอในประเด็นของกะเทย/คนข้ามเพศกับการถูกรับรองจากกฎหมาย

  
หลายคนอาจสงสัยว่าประเทศไทยยังไม่ยอมรับกลุ่มกะเทย/คนข้ามเพศอีกหรือ เพราะหากดูจากสภาพสังคมไทยก็คล้ายกับว่าจะเปิดรับกะเทย/คนข้ามเพศให้มีตัวตนปรากฏและพบเห็นในหลายแวดวงของสังคมจนถูกเข้าใจจากทัศนะต่างชาติว่าเป็นพื้นที่เปิดของกะเทยทั้งในเรื่องการผ่าตัดแปลงเพศจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีราคาถูก และมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีกลุ่มกะเทย/คนข้ามเพศอยู่เป็นจำนวนมากในระบบบริการการท่องเที่ยว รวมไปถึงวงการบันเทิงและสื่อไทยที่ฉายภาพกะเทยในหลายบทบาท ซึ่งนั่นเป็นเพียงภาพลักษณ์หนึ่งและเป็นความเข้าใจที่ไม่สอดคล้องกับชีวิตความเป็นจริงของกะเทย/คนข้ามเพศในสังคมไทยเลยความเป็นจริงคือยังมีกะเทยที่ไม่ถูกยอมรับจากครอบครัว ไม่สามารถแสดงออกอัตลักษณ์ทางเพศได้ในโรงเรียน รวมไปถึงการเข้าไม่ถึงงานและการมีรายได้
  
ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องของการถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งความเป็นกะเทยที่ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างแท้จริงภาครัฐก็นิ่งเฉยจากเรื่องนี้ประหนึ่งไม่รับรู้ถึงชีวิตความเป็นอยู่ของกะเทยยิ่งไม่ต้องพูดถึงระบบสวัสดิการสังคม การบริการสังคม การช่วยเหลือทางสังคมจากภาครัฐเลย เพราะยังไม่มีนโยบายใด จากกระทรวงใดที่สนับสนุนได้ตรงความต้องการของกลุ่มกะเทย/คนข้ามเพศตามสิทธิขั้นพื้นฐาน
  
จึงเป็นเรื่องที่น่าตั้งคำถามว่าเหตุใดสังคมไทยจึงยังติดอยู่กับการตัดสินคนจากภายนอกผูกติดอยู่กับฐานคิดเรื่องเพศแบบตายตัวเฉพาะเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศของกะเทย กล่าวได้ว่า คนในสังคมยังคงดูถูกกะเทยอยู่ในทุกระดับ แม้จะมีต้นแบบของกะเทยตามที่เห็นในสื่อบางคนเป็นที่ยอมรับก็ตาม แต่ในภาพกว้างของสังคมก็ยังคงให้ไม่ให้คุณค่า มองกะเทย/คนข้ามเพศในสถานะด้อยกว่าและถูกเหยียดหยามอยู่ดี สิ่งที่กะเทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนจึงมีอยู่หลายกรณี เช่น กรณีห้ามกะเทยเข้ารับบริการในสถานบันเทิง การไม่รับเข้าทำงานและถูกการปฏิเสธการจ้างงาน รวมไปถึงบริการของภาครัฐที่ไม่ละเอียดต่อความเป็นเพศภาวะ
  
การพูดถึงเรื่องการรับรองสถานะของบุคคลที่เป็นกะเทย/คนข้ามเพศ จึงเป็นการพยายามจะทำให้เห็นว่าปัญหาของอคติและการเลือกปฏิบัติต้องได้รับการแก้ไข ปัจจุบันกฎหมายรับรองเพศจึงถูกรณรงค์ขึ้น เช่นในประเทศ อาร์เจนตินาร์ มอลต้า เดนมาร์ค โคลอมเบีย และล่าสุดไอร์แลนด์ ที่พึ่งรัฐสภาผ่านกฎหมายดังที่กล่าวไปข้างต้น ปรากฏการณ์ของการพูดเรื่องการรับรองเพศภาวะของคนข้ามเพศอาจไม่เป็นกระแสเหมือนกับกฎหมายคู่ชีวิต หรือเรียกกันติดว่า กฎหมายแต่งงานของคนรักเพศเดียวกัน แต่จากการรณรงค์และเคลื่อนไหวในระดับสากลก็เป็นเรื่องที่ทำคู่กันมาตลอดในระบบกฎหมาย การรับรองเพศภาวะทำไปเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงคำหน้านาม เอกสารต่างๆ และการเข้าถึงระบบของสวัสดิการอื่นๆ ของกะเทย/คนขามเพศ พูดกันให้ง่ายขึ้น ก็คือ กะเทย/คนข้ามเพศในประเทศไทยต้องยังได้รับการรับรองเพศสถานะด้วยกฎหมายสามารถที่สามารถทำให้เปลี่ยนคำนำหน้านามได้เพราะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิดเปลี่ยนการระบุเพศในเอกสารราชการได้ ซึ่งประเด็นนี้สำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่ของกะเทย/คนข้ามเพศมาก เนื่องด้วยสาระสองเรื่องด้วยกัน

หนึ่ง ลดความยุ่งยากของชีวิตได้ในเรื่องเอกสารทางราชการ หลายครั้งที่กะเทย/คนข้ามเพศจำนวนมาก (รวมทั้งประสบการณ์ของผู้เขียนด้วย) ต้องพบเจอกับประสบการณ์ที่ไม่ดีจากผู้ให้บริการ เช่น ถูกตำหนิว่าแต่งกายไม่ตรงกับเพศ ถูกสอบถามข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับประวัติส่วนตัว และซ้ำร้ายในบางกรณีต้องพาผู้ปกครองไปยืนยันความเป็นตัวเอง กรณีการเปลี่ยนชื่อในบัตรประชาชนของกะเทย ที่เจ้าหน้าที่อำเภอ/เขตต้องให้มีพ่อแม่หรือญาติมายืนยัน แม้จะขอให้มีการตรวจจากการใช้ลายนิ้วมือแต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมต้องมีบุคคลอ้างอิงเท่านั้น หรือแม้แต่การเดินทางไปต่างประเทศที่บางครั้งอาจถูกขอข้อมูลเพิ่มเติมจากการสัมภาษณ์ของตรวจคนเข้าเมือง เพราะรูปลักษณ์ไม่ตรงกับเพศตามหนังสือเดินทาง ไม่รวมถึงการต้องถูกมอง ถูกนินทา หรือแม้แต่ถูกล่วงละเมิดด้วย

สอง เพิ่มโอกาสให้เข้าถึงการคุ้มครองตามกฎหมายและเข้าถึงระบบสวัสดิการ เนื่องจากการถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศยังคงมีอยู่ และกะเทย/คนข้ามเพศยังคงเผชิญปัญหาอคติตีตราตกอยู่ในสภาวะยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน หากดูการร้องเรียนในหลายกรณีก็เป็นหลักฐานที่ยืนยันว่าในฐานะพลเมืองของประเทศ ไม่มีหลักประกันใดเลยที่จะสามารถป้องปกกะเทย/คนข้ามเพศได้ให้มีช่องทางร้องเรียนหรือถูกคุ้มครอง ดังนั้นการรับรองเพศภาวะตามกฎหมายจะทำให้ชีวิตกะเทยดีขึ้น นอกเหนือจากการมีเอกสารราชการแล้ว ยังจะต่อยอดให้การเข้าถึงสิทธิเรื่องอื่นด้วย ทั้งการจ้างงาน การมีรายได้ การรับการรักษาพยาบาล การศึกษา และการมีที่อยู่อาศัยที่ถูกดำเนินไปตามกฎหมายที่รับรองอื่นๆ เช่น หลักประกันสุขภาพ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และการสร้างครอบครัว/การจดทะเบียนชีวิตคู่และที่สำคัญที่สุดการถูกปฏิบัติบนฐานของความเป็นมนุษย์และมีความละเอียดอ่อนในมิติเพศภาวะจากผู้ให้บริการของทั้งภาครัฐและรวมทั้งเอกชน

การลดหรือเพิ่มในสองประเด็นข้างต้นอาจไม่สามารถทำได้ในเร็ววันสิ่งที่จะทำให้เกิดการรับรองเพศภาวะทางกฎหมายได้นั้นยังต้องอาศัยการขับเคลื่อนเพื่อสร้างความเข้าใจให้คนในสังคมอีกมากอาจทำในลักษณะของการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ในกลุ่มกะเทย/คนข้ามเพศกับผู้กำหนดนโยบายของกระทรวงที่เกี่ยวข้องการสร้างแนวทางการขับเคลื่อนจึงสำคัญที่ผ่านมาประเด็นของการรับรองเพศภาวะถูกขีดวงอยู่ในเฉพาะนักกิจกรรมเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศ และนักสิทธิมนุษยชนเท่านั้น แต่ขณะนี้สถานการณ์ปัญหาที่ต้องแก้ให้ตรงจุดได้มาถึงเวลาที่ต้องหาภาคีเพื่อให้เกิดนโยบายที่สนับสนุนการสร้างความเป็นธรรมด้วยการมีกฎหมายการรับรองเพศภาวะ

ที่ผ่านมาประเทศไทยมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอยู่คือ

1. เรื่องการเปลี่ยนแปลงคำระบุในใบ สด.43 ของกะเทย/คนข้ามเพศในการคัดเลือกบุคคลเพื่อเป็นทหารจากที่กระทรวงกลาโหมได้เปลี่ยนตามคำตัดสินของศาลปกครองที่เดิมระบุว่ากะเทย/คนข้ามเพศเป็น“โรคจิตถาวร”จนแก้ไขเป็น “เพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด” ซึ่งก็ใช้เวลายาวนานเกือบสิบปีในการขับเคลื่อน และเป็นเรื่องที่ทำให้ทางกระทรวงกลาโหมมีข้อปฏิบัติที่น่าพึงพอใจกับกะเทย/คนข้ามเพศในการคัดเลือกทหาร

2. การกำหนดบุคคลหรือกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้รับสวัสดิการสังคม พ.ศ.2555 ตาม พรบ. ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ.2550 ที่กำหนดให้กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สมควรได้รับบริการสวัสดิการสังคมจากองค์การสวัสดิการสังคมด้วยซึ่งรวมถึงการระบุคนข้ามเพศ ไว้ในข้อกำหนดด้วย อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติก็ยังไม่มีการถูกส่งเสริมอย่างจริงจัง

แน่นอนว่าเรื่องการรับรองเพศภาวะทางกฎหมายจะเป็นเรื่องใหม่กับสังคมไทยจากเวทีการประชุมที่นับเป็นครั้งแรกที่มีนักกิจกรรมสังคมซึ่งมีนักวิชาการ นักกฎหมาย นักวิชาชีพทางการแพทย์ และกะเทย/คนข้ามเพศจากองค์กรชุมชนมาร่วมกันเสนอความเห็น ซึ่งทำให้เห็นว่าทุกคนต่างเรียกร้องให้เกิดกฎหมายและมีความต้องการเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีใครต้องการที่จะเผชิญอยู่กับการไม่ได้รับการคุ้มครอง แม้ความเห็นจากมุมนักกฎหมายจะกล่าวว่าสังคมก็ต้องอาศัยเวลาการเรียนรู้และการเรียกร้องก็ไม่สามารถที่จะให้ได้ตามที่ข้อไปทุกเรื่องเพราะการคิดกฎหมายนั้นผูกโยงกันหลายเรื่องการให้การศึกษาเรื่องมิติการสร้างความเข้าใจในชีวิตกะเทย/คนข้ามเพศนั้นต้องทำให้มากขึ้นและทำให้ผู้กำหนดนโยบายได้ตระหนักและรับรู้ถึงว่าจะต้องให้พื้นที่ไม่ใช่เพียงแค่การมีตัวตนเท่านั้นแต่ต้องรวมไปถึงการได้รับการคุ้มครองจากนโยบายด้วย

เวลานี้จึงถือเป็นเวลาที่กลุ่มของบุคคลที่มีความหลากหลายก็จะเร่งผลักดันให้เกิดความตระหนักในทางสังคมและรณรงค์ให้คนเกิดความเข้าใจต่อเรื่องความเท่าเทียมและความเสมอภาคระหว่างเพศกลุ่มของกะเทย/คนข้ามเพศก็มีทิศทางจะออกมาเรียกร้องในประเด็นมากขึ้นอย่างแน่นอน

เสียงของประชาชนกลุ่มนี้จึงเป็นเสียงที่จะรวมกันเพื่อทำให้ประเด็นดังขึ้น อาจเป็นผลทำให้เกิดการผลักดันในระบบกฎหมายต่อไปก็เป็นได้ ความพยายามในการรณรงค์ที่ทำให้ผู้ที่มีอำนาจกำหนดและทำให้เกิดการสนับสนุนอย่างจริงจัง เพื่อให้กฎหมายนี้เป็นประโยชน์ให้กับกะเทยในทุกชนชั้นของสังคม เป็นกฎหมายที่แสดงถึงการพิทักษ์สิทธิที่นำไปสู่การสร้างความเท่าเทียมในสังคม

จึงเป็นเรื่องท้าทายว่าจะทำให้ผ่านกฎหมายรับรองเพศภาวะได้หรือไม่ในประเทศไทย เปิดใจให้กว้างๆ และติดตามกันต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1437019071





Copyright © 2015 The Foundation of Thai Transgender Alliance for Human Rights
มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (The Foundation of Thai Transgender Alliance for Human Rights)
C/O ศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณสุขสวัสดิการและสังคม เลขที่ 25/25 ชั้น 3 อาคารคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170 โทรสาร 0-2441-9184, 0-2441-9515 ต่อ 112 (แฟกซ์อัตโนมัติ) Email: thaitga@ gmail.com