การประชุมวิชาการเพศวิถีศึกษา ครั้งที่ 3
sexualityconferencebanner2

การประชุมวิชาการเพศวิถีศึกษา ครั้งที่ 3
วันที่ 15-16 กันยายน 2554


การรับสมัคร
สำหรับผู้ต้องการส่งบทความ
- ปิดรับสมัคร วันที่ 15 สิงหาคม 2554
- ประกาศผลบทความที่ได้รับการคัดเลือก วันที่ 25 สิงหาคม 2554
- สำหรับบทความที่ได้รับคัดเลือก ต้องส่งบทความฉบับเต็ม ภายในวันที่ 10 กันยายน 2554

สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมประชุมวิชาการ
สมัครออนไลน์ ได้ทางเว็บไซต์ www.ssa.ipsr.mahidol.ac.th
Download แบบฟอร์มการลงทะเบียน ส่งมายัง email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือทางโทรสาร 02 441 9333

อัตราค่าลงทะเบียน
ประเภท ภายในวันที่ 1 กันยายน 2554 ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2554
บุคคลทั่วไป 700 บาท 800 บาท
นักศึกษาปริญญาเอก – โท 400 บาท 500 บาท
นักศึกษาปริญญาตรี 200 บาท 250 บาท

หมายเหตุ
1) ข้าราชการ หรือ บุคคลทั่วไป สามารถเบิกจ่ายได้จากต้นสังกัด
2) นักศึกษาโปรดแสดงหลักฐานสถานภาพนักศึกษาด้วย

การชำระค่าลงทะเบียน
ชำระเงินสด ที่สถาบันฯ ติดต่อคุณสมเกียรติ ทวีสิทธิ์ (บอล)
โทรศัพท์ 0-2441-0201-4 ต่อ 526 หรือ 084-415-4333

เข้าบัญชีธนาคาร
ชื่อบัญชี “สมาคมเพศวิถีศึกษา”
เลขที่บัญชีเลขที่ 333-235164-6 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขามหาวิทยาลัยมหิดล

กรุณาส่งใบลงทะเบียนและหลักฐานการโอนเงินมาตามที่อยู่นี้
ติดต่อ คณะทำงานจัดประชุมวิชาการเพศวิถีศึกษา ครั้งที่ 3
คุณสมเกียรติ ทวีสิทธิ์ (บอล)
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-0201 - 4 โทรสาร : 0-2441-9333

หัวข้อย่อยในการประชุม

1. จุดเปลี่ยนทางญาณวิทยาในเพศวิถีศึกษา
ญาณวิทยา (Epistemology) เป็นรากเหง้าที่สำคัญของการคิดและการสร้างความจริงเกี่ยวกับเรื่องเพศ ดังนั้น ถ้ามีทบทวนความรู้เรื่องเพศว่าถูกสร้างขึ้นจากแนวคิดทฤษฎีอะไรก็จะช่วยให้เข้าใจว่าความจริงเกี่ยวกับเพศภาวะและเพศวิถีที่แพร่หลายในสังคม มีการเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไรและส่งผลอะไรบ้างต่อกลุ่มคนต่างๆ    ในที่นี้จะให้ความสำคัญกับการทบทวนญาณวิทยาตามประเด็นย่อยดังนี้
1.1ทฤษฎี Feminism ในการอธิบายเรื่องเพศภาวะและเพศวิถี
1.2ทฤษฎีเควียร์ ในการอธิบายเรื่องเพศภาวะและเพศวิถี
1.3การวิพากษ์ทฤษฎี Feminism และ Queer
1.4การประยุกต์ใช้ทฤษฎี Feminism และ Queer ในบริบทสังคมไทย


2. การเคลื่อนไหวทางสังคมว่าด้วยสิทธิทางเพศ
ในปัจจุบันเกิดการเคลื่อนไหวทางสังคมมีรูปแบบใหม่ๆ ที่หลากหลาย ทั้งในระดับปัจเจกและในระดับกลุ่มคน ซึ่งใช้วิธีการที่แตกต่างกัน เช่น ใช้สื่อสมัยใหม่ เครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือรวมตัวทำกิจกรรมทางสังคม แต่การเคลื่อนไหวทางสังคมมีจุดร่วมเดียวกันคือการเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนความคิด หรือปฏิบัติการที่มีผลต่อเรื่องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงตัวตนทางเพศ ความรู้สึกทางเพศ หรือพฤติกรรมทางเพศ

3. คิดและมองเรื่องเพศเชิงบวก

เท่าที่ผ่านมาเรื่องเพศ และกามารมณ์ถูกมองว่าเป็นเรื่องสกปรก น่าเกลียด น่าขยะแขยง หรือไม่ควรนำมาพูดในที่สาธารณะเพราะเป็นเรื่องต้องห้าม  ทำให้การพูดเรื่องเซ็กส์หรือเรื่องกามารมณ์ถูกมองในแง่ลบ และเป็นการตีตราให้เรื่องเพศเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ดังนั้น ถ้ามีการมองเรื่องเพศและกามารมณ์ในเชิงบวกจะช่วยให้เข้าใจความซับซ้อนของการแสดงความรู้สึกทางเพศของมนุษย์ และเป็นจุดเปลี่ยนที่จะช่วยให้เกิดการพูดเรื่องเพศในที่สาธาณะเป็นสิ่งที่ทำได้

4. บูรณาการเพศภาวะเพศวิถีและสุขภาวะทางเพศเข้าสู่ระบบบริการสังคมและสาธารณะ
ในทางปฏิบัติที่เกิดขึ้นในระบบบริการสังคมและสาธารณะ กลุ่มคนที่มีเพศนอกรอบ เช่น เกย์ กะเทย สาวประเภทสอง ฯลฯ มักจะได้รับการเลือกปฏิบัติ  ถูกปฏิบัติอย่างมีอคติ และไม่มีความเท่าเทียม  เพราะเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการยังมีทัศนคติเชิงลบต่อคนกลุ่มนี้  ดังนั้นการเปลี่ยนความคิดในเรื่องเพศภาวะและเพศวิถีอาจทำให้การบริการของเจ้าหน้าที่ตอบสนองกลุ่มคนเหล่านี้ได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพและสวัสดิการทางสังคม

5. การฟื้นฟูจิตวิญญาณเรื่องเพศภาวะและเพศวิถี
มนุษย์มักจะมองเรื่องเพศภายใต้วิธีคิดแบบใดแบบหนึ่ง ซึ่งมีการจัดประเภทและลำดับชั้นที่ไม่เท่าเทียม เกิดการกดทับเพศบางแบบ และยกย่องเพศบางแบบ เช่น เพศชายถูกให้คุณค่ามากกว่าเพศหญิง เพศหญิงถูกมองว่าอ่อนแอ เพศชายถูกมองว่าเข้มแข็ง วิธีคิดดังกล่าวนี้มีผลต่อบุคคลในการที่จะนิยามตัวเองว่าเป็นใคร ดังนั้น ถ้าหากเปลี่ยนความคิดและทำลายมายาคติเกี่ยวกับการแบ่งแยกทางเพศ ก็อาจทำให้บุคคลหลุดออกจากรอบและมองดูตัวตนทางเพศที่ปราศจากการจัดลำดับชั้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญต่อการสร้างพลังในการท้าทายเพศกระแสหลักที่ครอบงำสถาบันทางสังคมไม่ว่าจะเป็น ศาสนา การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

6. เรื่องเพศในสื่อ
สื่อกระแสหลักในสังคมไทยมักจะสร้างภาพตัวแทนและนำเสนอเรื่องเพศอย่างมีอคติ มีการตีตราคนบางประเภท ทำให้เกิดการรังเกียจดูหมิ่นเหยียดหยาม สื่อจึงมีบทบาทสำคัญที่จะทำให้อคติเหล่านี้แผ่ขยายกว้างออกไป  ถ้าหากมีการรื้อทำลายวิธีคิดเชิงลบในสื่อประเภทต่างๆ และส่งเสริมให้สื่อเข้าใจเรื่องเพศภาวะและเพศวิถีในเชิงบวก ก็จะช่วยให้สังคมมีทัศนคติเชิงบวกต่อกลุ่มคนที่มีอัตลักษณ์ทางเพศที่ต่างไปจากชายและหญิงมากขึ้น

7. เพศวิถีตามช่วงวัย
สังคมไทยเป็นสังคมที่มีการควบคุมพฤติกรรมทางเพศของบุคคลที่วัยต่างๆที่แตกต่างกัน จะมีคนบางกลุ่มเท่านั้นที่สามารถแสดงออกทางเพศได้อิสระ เช่น ผู้ใหญ่ที่บรรลุนิติภาวะ  แต่มีคนอีกหลายกลุ่มไม่สามารถแสดงความรู้สึกทางเพศได้ เช่น เด็ก คนสูงอายุ คนพิการ ฯลฯ สังคมไทยยังไม่เข้าใจอารมณ์ทางเพศของคนที่มีวัยแตกต่างกัน ดังนั้น ถ้าเปิดพื้นที่ให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางเพศของคนต่างวัยก็จะทำให้เห็นความหลากหลายในเพศวิถีของมนุษย์มากยิ่งขึ้น

Poster
poster-sexualityconference2011
Brochure
Brochure1-sexualityconference2011
Brochure2-sexualityconference2011


อ่านรายละเอียดเพิมเติมที่
http://www.ssa.ipsr.mahidol.ac.th/

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.ssa.ipsr.mahidol.ac.th/




Copyright © 2015 The Foundation of Thai Transgender Alliance for Human Rights
มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (The Foundation of Thai Transgender Alliance for Human Rights)
C/O ศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณสุขสวัสดิการและสังคม เลขที่ 25/25 ชั้น 3 อาคารคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170 โทรสาร 0-2441-9184, 0-2441-9515 ต่อ 112 (แฟกซ์อัตโนมัติ) Email: thaitga@ gmail.com