กะเทย: นัยยะทางการแสวงหาความรู้ ฐานคติ และปฏิบัติการทางวิธีวิทยา
Ubon01

เชิญร่วมฟังการนำเสนอผลงานวิชาการเรื่อง...

กะเทย: นัยยะทางการแสวงหาความรู้ ฐานคติ และปฏิบัติการทางวิธีวิทยา
โดย คทาวุธ ครั้งพิบูลย์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ภายใต้หัวข้อ ใครคือคนชายขอบรุ่นใหมของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ณ ห้องประชุมศรีเมืองใหม

การประชุมวชาการระดับชาติ “อุบลวัฒนธรรม ครั้งที่ 1"ฅน ค้า ข้าว ในลุมนํ้าโขง่" "Man, Merchant, and Maize in Mekong"
ณ อาคารสํานักงานอธการบดีหลังใหม่มหาวทยาลัยอุบลราชธานีิ วันที่ 23-25 ธันวาคม 2553

การเข้าร่วมในงานดังกล่าวมีค่าใช้จ่าย กรุณาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่  http://www.la.ubu.ac.th/uboncult/index.php


หลักการและเหตุผลของการประชุม

ในช่วงสองถึงสามทศวรรษที่ผ่านมา อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงได้เผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ผ่านการถูกกำหนดโดยบริบทแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้บริบทโลกทั้งจากการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ กองทุนระหว่างประเทศ การเมืองระหว่างประเทศ ฯลฯ ซึ่งเรียกโดยรวมว่าเป็นกระแสโลกาภิวัตน์ แม้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ถูกอธิบายว่านำไปสู่ความเป็นสมัยนิยม(Modernization) มากยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็นำไปสู่การลดทอนคุณค่าของวัฒนธรรมให้จำกัดวงแคบลง เหลือแต่เพียงการเป็นสินค้าทางวัฒนธรรม (Cultural Commoditization) เพื่อนำเสนอก่ลูกค้าเท่านั้น เช่น การพนมมือไหว้ของสายการบินและร้านสะดวกซื้อ การจัดประเพณีเพื่อการท่องเที่ยวการเล่นดนตรีไทยหรือ รำไทยตามโรงแรม การจัดแสดงแสงเสียงในโบราณสถาน ฯลฯ แน่นอนที่สุดกระบวนการกลายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมดังกล่าวยังได้นำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมให้เป็นหนึ่งเดียวมากกว่าจะธำรงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของภูมิภาค เช่น รำไทยมาตรฐาน ดนตรีอีสานมาตรฐานฯลฯ ซึ่งแม้จะดูห่างไกลทางความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ในสังคมแต่การที่สังคมไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับผลกระทบทางวัฒนธรรมก็นับเป็นปัญหาที่สามารถอธิบายได้ว่าเพราะคนในสังคมถูกหลอมรวมและกลืนกลายในกระแสโลกาภิวัตน์อย่างสมบูรณ์ และในที่สุดอาจนำไปสู่ปัญหาการพัฒนาภูมิภาคที่ไร้รากเหง้าของคนในสังคมนั้นเองังคมนั้นเองะการเมือง

การที่จะแสวงหารากเหง้าของคนในสังคมผ่านวัฒนธรรม นับเป็นประเด็นสำคัญในช่วงสองถึงหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินับตั้งแต่ฉบับที่แปด (พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๔) ที่ให้ความสำคัญกับ “วัฒนธรรมนำการพัฒนา” กระทั่งคนในท้องถิ่นเริ่มเห็นความสำคัญต่อการรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรมผ่านกิจกรรมทางวัฒนธรรมในรูปแบบต่างๆ หลากหลายมากขึ้น เช่น การจัดทำถนนคนเดิน การสนับสนุนประชุมสังคม การสร้างการมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่นในการอนุรักษ์วัฒนธรรมตนเอง เป็นต้น กระทั่งสถาบันอุดมศึกษาที่มีพันธกิจหลักประการหนึ่งก็คือการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งมีกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย การส่งเสริมการวิจัยทางวัฒนธรรม การร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟูโบราณสถานหรือประเพณีท้องถิ่น ตลอดจนการจัดประชุมวิชาการทางวัฒนธรรม

ในส่วนของการจัดประชุมวิชาการทางด้านวัฒนธรรมในสถาบันอุดมศึกษานับเป็นเรื่องใหม่ในสังคมวิชาการไทย ตลอดทศวรรษที่ผ่านมานับว่ามีการจัดประชุมวิชาการระดับชาติทางด้านวัฒนธรรมจำนวนน้อย ที่เห็นได้ชัดเจนเช่น การประชุมเวทีวิจัยมนุษยศาสตร์ไทยซึ่งจัดหมุนเวียนตามมหาวิทยาลัยต่างๆ การประชุมชาตินิยมและพหุวัฒนธรรมซึ่งร่วมจัดโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นต้น ขณะเดียวกันในภาคอีสานการประชุมระดับชาติทางด้านวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่สุวรรณภูมิยังคงมีน้อยเช่นกัน ทั้งนี้หากพิจารณาวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีต่อการ “...เป็นมหาวิทยาลัยแห่งคุณภาพที่เน้นนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบัณฑิตและประชาชนบนฐานภูมิปัญญาอีสานใต้และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง...” แล้ว การส่งเสริมให้จัดการประชุมระดับชาติทางด้านวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง มิใช่เพียงเพื่อพัฒนาภูมิปัญญาอีสานใต้และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการตามหารากเหง้าทางวัฒนธรรมของคนในภูมิภาค โดยอาศัยบทบาทหลักของสถาบันอุดมศึกษาอีกด้วย

งานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรม โครงการจัดตั้งกองส่งเสริมการวิจัย เล็งเห็นความจำเป็นดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการการประชุมวิชาการระดับชาติทางวัฒนธรรมเป็นประจำทุกปี ในชื่อ“อุบลวัฒนธรรม” โดยปี พ.ศ. ๒๕๕๓ จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเด็น “ฅน ค้า ข้าว ในลุ่มน้ำโขง”ทั้งนี้ครอบคลุมเนื้อหาทางวัฒนธรรมของประเทศที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วยเนื้อหาต่างๆ ได้แก่ วรรณกรรม ตำนานและเรื่องเล่าเกี่ยวกับชาวลุ่มน้ำโขง ศิลปกรรมในลุ่มน้ำโขงโบราณคดีและสถาปัตยกรรมในลุ่มน้ำโขง วัฒนธรรมกับเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในลุ่มน้ำโขง ภาษาและชาติพันธุ์ในลุ่มน้ำโขง ลุ่มน้ำโขงกับการจัดการทุนทางธรรมชาติและสังคม วัฒนธรรมทางเพศในลุ่มน้ำโขง ลุ่มน้ำโขงท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของวัฒนธรรมในกระแสโลกาภิวัตน์ วิธีวิทยาการวิจัยวัฒนธรรมในลุ่มน้ำโขงตลอดจนการจัดการสินค้าวัฒนธรรม อันจะนำมาสู่การทำความเข้าใจรากเหง้าของตนเองและประเทศเพื่อนบ้านเพื่อการสร้างเครือข่ายทางวัฒนธรรมและความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศในเบื้องปลาย

ขอขอบคุณข้อมูล และภาพประกอบจาก: http://www.la.ubu.ac.th/uboncult/index.php

 





Copyright © 2015 The Foundation of Thai Transgender Alliance for Human Rights
มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (The Foundation of Thai Transgender Alliance for Human Rights)
C/O ศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณสุขสวัสดิการและสังคม เลขที่ 25/25 ชั้น 3 อาคารคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170 โทรสาร 0-2441-9184, 0-2441-9515 ต่อ 112 (แฟกซ์อัตโนมัติ) Email: thaitga@ gmail.com