Yes or No อยากรักก็รักเลยแล้ว

Yes-or-No-สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยทุกคน สัปดาห์นี้มีกิจกรรมดีๆ เกี่ยวกับการพูดคุยแลกเปลี่ยนในประเด็นภาพยนตร์เรื่อง "Yes or No อยากรักก็รักเลยแล้ว" (ภาพยนตร์เกี่ยวกับหยิงรักหญิง) มาฝากนะค่ะ หากเพื่อนๆ คนไหนสนใจสามารถอ่านรายละเอียดได้ด้านล่างนะค่ะ ทั้งนี้ขอขอบคุณข้อมูลจากพี่เมี้ยว ฟ้าสีรุ้ง, พี่แตง กลุ่มอัญจารี พี่เล็ก กลุ่มสะพาน และ THAICINEMA.org ที่เอื้อเฟื้อแบ่งปันข้อมูลดังกล่าวค่ะ

กิจกรรมและข่าวสารประกอบด้วย

- คุยแตกฟอง ครั้งที่ 5 กับ Yes or No อยากรักก็รักเลย

- เรื่องย่อ
- ความเป็นมาของโครงการ
- บทภาพยนตร์
- การค้นหานักแสดง
- มุมมองของหญิงรักหญิง
- บทบาทของตัวละคร

-------------------------------------------
หลายครั้ง ดูหนังเสร็จ ชักอยากพูดคุยแลกเปลี่ยนกับใครสักคน แต่ไม่รู้จะคุยกับใคร
หรือมีคำถามอยากรู้จากปากผู้กำกับ แต่ไม่รู้จักผู้กำกับ จะำทำอย่างไรดี เราขอจัดงานนี้เพื่อคุณ

กลุ่มอัญจารีและกลุ่มกัลยาสโมสร ร่วมกับมูลนิธิหนังไทย
ขอเชิญร่วม ถกเถียงเพื่อแลกเปลี่ยนประเด็น ซักถามเพื่อไขข้อข้องใจ และ พูดคุยให้แตกฟอง กับ สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร ผู้กำกับ Yes or No อยากรัก ก็รักเลย หนังรักสุดจี๊ด ที่กำลังเป็นกระแส อยู่ในช่วงนี้ (ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมการพูดคุยได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างไร)

ในวันอาิทิตย์ที่ 26 ธันวาคม นี้ ตั้งแต่เวลา 15.00 - 17.00 น.
ณ ร้านชา โดยมูลนิธิหนังไทย ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือ 080-557-9709


ปล. การพูดคุยจะยิ่งออกรสมากขึ้น หากท่านได้มีชมภาพยนตร์เรื่อง Yes or No อยากรักก็รักเลยแล้ว


อ้างอิงจาก: http://www.facebook.com/event.php?eid=127269234002799&ref=nf

-----------------
YesOrNo_9
ขอขอบคุณการเอื้อเฟื้อข้อมูลและภาพประกอบจาก THAICINEMA.org

Yes or No …อยากรัก ก็รักเลย

ดำเนินงานสร้าง: บริษัทคัมออน สวีท จำกัด
แนวภาพยนตร์: โรแมนติก
กำหนดฉาย: 16 ธันวาคม
ควบคุมงานสร้าง:  บัณฑิต  ทองดี
กำกับภาพยนตร์:  สรัสวดี  วงศ์สมเพ็ชร
อำนวยการสร้าง:  ชัชฎา  มูสิกะระทวย
ออกแบบงานสร้าง:  โสภณ  พูลสวัสดิ์
กำกับศิลป์:  นัฐฏ์  นุตเวช
ออกแบบเครื่องแต่งกาย:  เอกศิษฏ์  ประเสริฐสกุล
กำกับภาพ:  เรืองวิทย์  รามสูต
ลำดับภาพ:  ชาติชาย  เกษนัส   สราณี วงศ์พันธ์  
บันทึกเสียง:  บริษัท  สยามพัฒนาฟิล์ม  จำกัด
บทภาพยนตร์:  เนปาลี
นักแสดงนำ:  สุชารัตน์  มานะยิ่ง , ศุภนาฎ  จิตตลีลา , อริสรา ทองบริสุทธิ, สรณัฐ ยุปานันท์ , อิน บูโดกัน , มณีรัตน์  วงศ์จีระศั

คัมออน สวีท จากคนกลุ่มหนึ่งที่มีความฝันและความมุ่งมั่นทำในสิ่งดีๆ เกี่ยวกับความรักความเข้าใจของคนในสังคมเดียวกัน  เราเป็นเสียงเล็กๆ ที่กล้าพูดถึงเรื่องราวบางอย่างในสังคมให้รับรู้ว่า บางสิ่งที่เกิดขึ้นมาจาก “ความรัก”  มันไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นระหว่างเพศชายกับเพศหญิงเท่านั้น  แต่ความรัก มันเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ที่ไหนก็ได้ วัยไหนก็ได้ กับเพศใดหรือเพศเดียวกันก็ได้ !!    เรื่องแบบนี้อาจจะดูขัดแย้งต่อมุมมองในความเป็นจริงของสังคมไทยแต่ความรัก ที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ Yes or No อยากรักก็รักเลย  มันเป็นสิ่งที่ทุกคนรับรู้ว่ามีอยู่จริง!  และมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ณ เวลานี้อาจเกิดขึ้นกับคนที่เรารู้จัก คนใกล้ตัวเรา หรือแม้กระทั่งตัวเองแล้วก็อาจเป็นได้...

Yes or No อยากรักก็รักเลย ไม่ต้องการที่จะมุ่งหวังไปในเรื่องของเพศสัมพันธ์หรือการชิงรักหักสวาท แต่ถูกเล่าและถ่ายทอดด้วยความรู้สึกดีๆภาพอันสวยงาม

ระหว่างหญิงสาวนักศึกษาที่อยู่ มหาวิทยาลัยเดียวกัน  ความสัมพันธ์  ความใกล้ชิด    ที่พัฒนาไปจนรู้สึกว่า มันมีสิ่งพิเศษลึกๆ   แอบซ่อนอยู่ในใจ...    มันไม่ใช่ความรู้สึกแค่เพื่อนแต่มันเหนือขึ้นไปกว่านั้น  มันยากจะบอกได้ว่า....ความรู้สึกเช่นนี้คืออะไร ....เพราะแต่ละคน คงให้คำนิยามได้ไม่เหมือนกัน..

ความรักความรู้สึกเช่นนั้น  คงยากที่จะบอกผ่านบทภาพยนตร์นี้ได้ทั้งหมด  แต่เราเชื่อว่า ถ้าเกิดขึ้นกับใครแล้ว....   คำตอบ   มันคงแอบซ่อนอยู่ในของคนๆ นั้นต่างหากว่าจะเลือกแบบไหน “ใช่” หรือ “ไม่”

ชีวิตเรานี้ซับซ้อนยากที่จะเข้าใจยิ่ง นัก ในบางครั้งมันก็เกิดขึ้น ดำรงอยู่ และ จบลงไปอย่างเรียบง่าย และพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ หมุนเวียนอย่างไม่มีวันจบสิ้น.... ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของ “ความรัก”  ของคนเราที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้ ที่ไหนก็ได้ และเพศใดก็ได้ บนโลกใบนี้     

YesOrNo_11เรื่องย่อ

กรุงเทพฯ ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แหล่งชุมนุมคนหนุ่มสาวมากมายที่เข้ามาอยู่ร่วมกัน “พาย” (ออม-สุชารัตน์ มานะยิ่ง) นศ.สาววัยสดใส จู่ๆ ต้องเก็บข้าวของออกจากหอฯ เก่าด้วยความรำคาญใจสุดๆ จากเพื่อนสาวร่วมห้องคนเก่าอย่าง “เจน”(ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์) ที่ฟูมฟายไม่ยอมหยุดหลังจากโดนแฟน “ทอมบอย” ทิ้ง ด้วยสภาพการณ์แบบนี้ทำให้ทัศน์คติของพายที่มีต่อ “ทอม” หรือ “หญิงรักหญิง” ไม่ดีอยู่แล้วกลับดูแย่กว่าเดิม...   

พายเอง แม้ยังไม่มีใครที่เรียกว่าแฟนได้เต็มปากแต่เธอก็มีพี่ “แวน” (บอล-สรณัฐ  ยุปานันท์) ชายหนุ่มแสนดี อบอุ่น แถมยังแอบชอบเธอมานานแล้ว    พี่แวน คอยดูแลเอาใจใส่เธอตั้งแต่เล็กจนโต เพราะครอบครัวของพายเองโดยเฉพาะคุณแม่ (อุ๋ย-มณีรัตน์ วงศ์จีระศักดิ์) ก็ไฟเขียวเต็มที่หวังว่าทั้งคู่จะคบหาเป็นแฟนกันต่อไป

แต่จะบอกว่า..คนเรา..เกลียดสิ่งใดมักเจอสิ่งนั้น...เหมือนเบื้องบน (แกล้ง) บันดาลให้ “พาย” ต้องมาเจอกับรูมเมทคนใหม่ “คิม” (ติ๊นา-ศุภนาฎ จิตตลีลา) เพื่อนหญิง น่ารัก เท่ห์ และหน้าตาท่าทางเหมือนผู้ชายมากๆ ....แค่วันแรกที่ต้องอยู่ห้องเดียวกัน พายเริ่มตั้งแง่รังเกียจกับ คิม ด้วยการขีดเส้นพื้นที่อาณาเขตของตัวเองทันที... แม้ “คิม” จะงงๆ กับพฤติกรรมของเพื่อนร่วมห้องของตัวเอง แต่ด้วยความที่นิสัยง่ายๆ สบายๆ และยังเป็นคนชอบเทคแคร์คนอื่น ความน่ารักของ “คิม” กลายเป็นจุดเด่นขึ้นมา แม้กระทั่งเจน ที่เพิ่งอกหักหมาดๆ  ก็ยังวิ่งเข้าใส่... ( เฮ้อ..อารายจะขนาดนั้นเนี่ย...)

เวลาที่เดินไปข้างหน้า นำพาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต ในห้องเล็กๆ ของหอพักแห่งนี้ “พาย” และ “คิม” ได้เรียนรู้กันและกัน ได้สัมผัสถึงความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน ผสมกับบางสิ่งที่สับสน-ขัดแย้งอยู่ในใจ... โดยทั้ง 2 คนก็หาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ว่า...สิ่งที่เกิดขึ้นมานั้นเรียกว่าอะไร  “ใช่”  “ความรัก” หรือ “ไม่”  ...แล้วจะทำอย่างไรล่ะ.. ถ้าใจมันเกิดบอกว่า “ใช่” ขึ้นมา.....

เปิดใจกันเลยมั้ยว่า..ถ้า “อยากรัก...ก็รักซะเลย”  !!!!

สัมภาษณ์ผู้กำกับ สนาย-สรัสวดี  วงศ์สมเพ็ชรผู้กำกับที่เข้าใจในหญิงรักหญิงมากกว่าใคร ?

ที่มาของ project

เกิดขึ้นมามื่อ 2 ปี ก่อน จากการนั่งคุยกันกับพี่ ขลุ่ย (ชัชฎา  มูสิกะระทวย) เจ้าของสำนักพิมพ์สีม่วงอ่อน  come on sweet กับพี่เจี๊ยบ (วรรธนา วีรยวรรธนะ) ถึงหนังสือ 2 เล่มคือ YES  กับ NO  ซึ่งเนื้อหาน่ารัก สนุกมาก น่าจะทำเป็นหนัง ทางพี่ขลุ่ยกับพี่เจี๊ยบก็ได้ลองพูดคุยกับทางพี่อ๊อด (บัณฑิต  ทองดี) ถึงขั้นตอนทั้งหมด รวมถึงจะให้พี่อ๊อด เป็นผู้กำกับเองด้วย  แต่ตัวพี่อ๊อดเองมองว่าตัวเขาอาจจะไม่ค่อยเข้าใจคนกลุ่มนี้ดีพอ ขอไปเป็น producer  มาคุมให้ละกัน พี่อ๊อดก็เลยนึกถึงเราขึ้นมา ก็เลยมาส้มหล่นที่เรา ทันทีที่พี่อ๊อดเสนอ เราก็ “ได้ค่ะพี่ เต็มใจ อยากทำแนวนี้อยู่แล้ว”  พอยิ่งเราได้อ่านหนังสือแล้วยิ่งรู้สึกว่าชอบ สนุกจังเลย น่าทำเป็นหนังจริง ๆ ซึ่งหนังเรื่องนี้พี่ขลุ่ยก็บอกว่าพี่ออกทุนเอง พี่เขาอยากทำหนัง หนังรักที่สวยงาม บอกกล่าวว่าคนกลุ่มนี้ ในโลกใบนี้ เป็นคนที่ค่อนข้างสวยงามนะ ไม่ใช่ด้าน dark  อย่างที่ทุกคนเข้าใจ

บทภาพยนตร์....

จากนั้นบทภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกพัฒนามาเรื่อยๆ ในช่วงเวลา 2 ปี มีกว่า 20 ร่างออกมา  ที่เราทำงานกันเยอะเพราะเราเชื่อว่าภาพยนตร์ดีได้ต้องอยู่ที่บท  ถ้าบทดี ทำอะไรมันก็ดี เราก็เลยให้ความสำคัญกับบทมาก  ทำจนกระทั่งให้คนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเราดูว่าใช่มั้ย ทอมคิดอย่างนี้ไหม ผู้หญิงที่จะเปลี่ยนเป็นดี้ คิดอย่างนี้ไหม อะไรแบบนี้ แล้วเราถึงจะบอกว่ามันใช่   ขณะเดียวกัน เราก็ค้นหานักแสดงหน้าใหม่ไปด้วย

การค้นหานักแสดง

ใช่...ทุกคนตั้งคำถามกันว่า ทำไมใช้นักแสดงหน้าใหม่ล่ะ  ไม่มีดาราแม่เหล็กเลย บอกเลยว่ามันเป็นความตั้งใจจริง ๆ เลย   อันดับแรกของโปรเจคนี้ คือมองหา “คิม” ก่อน  ฉันต้องหาทอมให้ได้   ฉันจะไม่เอาผู้หญิงมาเล่นเป็นทอม ต้องเอาทอมจริง ๆ มาเล่น    คิม ที่วางไว้คือไม่ต้องการเป็นทอมแนว dark หรือแนวเข้ม   ทอมในเรื่องนี้มันต้องเป็นผู้หญิงที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นอะไร  ดูแล้วใส ๆ หวาน ๆ เพราะว่าหนังเราเป็นหนังแนวใส  พระเอกของเราก็ต้องเป็นแนวใสๆ ไปเลย  

จากวันนั้น..ในทุกที่ที่จะเป็นงานทอม แห่งชาติที่จัดกันขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ tom act  เขามีประกวดรอบแรก  ผับที่เป็นทอม-ดี้  เราไปทุกที่ที่มีทอม (ไทย) ในโลกนี้อยู่  เราไปหมดเลยค่ะ  ไปนั่งมอง แต่สิ่งที่เราเจอคือทอมหล่อ เข้ม acting ดี  เท่ห์ แต่ไม่ใช่  คิม   จนกระทั่งวันหนึ่ง มีน้องคนนึงซึ่งสนิทกันมาก มาถามว่าเราเป็นอะไรหรือเปล่า ก็เลยเล่าให้เขาฟังเขาก็เลยนำเสนอรุ่นน้องที่โรงเรียนชื่อ ติ๊นา ก็นัดให้มาเจอ เจอกันครั้งแรกที่ร้านหมูกระทะ พอเจอปุ๊บ เรารู้สึก ไอ้นี่แหล่ะ คนนี้แหล่ะ   วันนั้นติ๊นาดันใส่กระโปรงชุดนักศึกษามาเลยนะ  มาถึงก็สวัสดีค่ะ ไหว้เรียบร้อยมาก เป็นทอมที่เรียบร้อยมาก พูดค่ะทุกคำ มีเขิน-ขี้อาย ใช่เลยคนนี้แหละคือ คิม เอาเลย ทีมงานทุกคนงงว่าไม่ cast เหรอ ไม่ลองดู acting เหรอ  เราก็บอกไม่ เด็กคนนี้ใช่แล้ว เป็นคนที่เราหามาเป็นปีๆ เราเจอแล้ว...

พอเราได้คิมแล้ว ก็ส่งเขาไปเรียนการแสดง เพราะรู้ว่าเราต้องเจอปัญหาอะไรในการถ่ายทำ    จากนั้นพอได้คิมแล้วก็มองหาคนต่อไป    แต่เรายังไม่มองหานางเอก แต่มองหาคนที่จะมาเล่นเป็น เจน ก่อน ก็มานั่งมองว่าใครจะเป็นเจน ซึ่งเรารู้สึกว่าไม่อยากได้คนที่ไม่เข้าใจคนกลุ่มนี้ เพราะเจน คือตัวแทนของดี้ ดี้จริง ๆ เพราะในเรื่องก็จะมีแต่แฟนทอมตลอด  ซึ่งเราได้  ดิว-อริสรา  มาร่วมแสดงเพราะโดย

ส่วนตัวรู้จักกับดิวมาก่อน และรู้สึกว่าเขาเข้าใจคนกลุ่มนี้ได้ดีกว่าคนอื่น  เราเล่าพล็อตให้เขาฟังว่าเรามีเรื่องอย่างนี้  เขาก็บอกว่าอยากเล่น ก็สรุปว่าเป็นดิวเลย

ต่อมาเราเริ่มมองหานางเอก  เราก็มองหาทั้งจากนักแสดงหน้าใหม่ นักแสดงที่พอมีคนรู้จักบ้าง หรือว่าเด็กใหม่เลย เราก็เรียกมาหมดเรียกมาทำการ cast ซึ่งกรรมวิธีในการ cast ของเราคือการให้เขาอยู่กับติ๊นา เอาติ๊นามาเล่นด้วย แล้วดูว่าเขาเข้ากันได้ไหม จนวันนึง ลองเรียกน้องออมมาซิ อยากรู้จักน้องออม พอน้องออมมาถึงก็ลองเล่นกับติ๊นา เราก็ดูว่าทำไมผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์

พอเล่นทุกอย่างแล้วเราพบว่า น้องมีเสน่ห์มาก คือเราไม่สามารถละสายตาจากเด็กคนนี้ได้เลยแม้วินาทีเดียว.....  พอ cast จบ น้องออมก็มาคุยกับเรา บอกว่าเรื่องที่เราเล่าให้ฟังว่ามันดูเหมือนหนังสือเล่มหนึ่งเลย เราก็บอกว่า อ๋อ หนังสือ Yes กับ No ไง !

หลังจากนั้นเราก็มานั่งคุยกัน ว่าจะเป็นใคร แล้วเราก็ถามติ๊นาด้วยว่า ที่เล่นมาด้วยกันทั้งหมด ชอบใคร ติ๊นาบอก ชอบออม เราก็เอ๊ะ...ส่วนตัวหรือเปล่า ติ๊นาบอกว่าเวลาเล่น ออมส่งอารมณ์ให้ติ๊นาได้ ติ๊นารู้สึกว่าในหนัง คิมคงหลงรักเขาได้ไม่ยาก  

คนต่อไปเป็นแวน ซึ่งพี่แวนในเรื่องจะต้องเป็นหนุ่มที่ perfect เป็นตัวแทนของผู้ชายดีจริง ๆ ที่ในสังคมนี้ยังพอหาได้อยู่  คือไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ทำแต่งาน รักใครรักจริง มีแฟนคนเดียวไม่เจ้าชู้  เป็นผู้ชายดีในเรื่อง แต่มันต้องจืด ไม่มีเสน่ห์  อืม...คนเรานี่ก็แปลกนะมักจะชอบคนที่ร้ายนิด ๆ เจ้าชู้หน่อย ๆ   บอลนี่ หล่อ เข้มมาก เท่ห์มากๆ เข้าทาง....ใช่เลย   ตรงกับที่เราต้องการพอดี

มุมมองของ “หญิงรักหญิง”

ภาพยนตร์เรื่อง Yes or No อยากรักก็รักเลย  ที่เราทำขึ้นมานี้เพราะว่าใจอยากให้คนได้รู้จักว่า ความจริงแล้วความรักของ “หญิงกับหญิง” เป็นยังไง  มันไม่ใช่อย่างที่ทุกคนรู้จัก ไม่ใช่แนวแบบอารมณ์ร้าย หึงหวงจนจะฆ่ากันตาย  มันไม่ใช่      จริง ๆ แล้วคนที่เป็นทอม เป็นพวกน่าสงสารด้วยซ้ำ  พูดจริงๆ ว่าความรักของทอม คือความรักที่รอวันเจ็บ..วันหนึ่งก็ต้องเลิก  มันเป็นเรื่องอะไรอย่างนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ได้มีแค่อย่างที่คุณเข้าใจ  มันมีอีกด้านนึงที่สวยงามซ่อนอยู่ด้วยนะ  อยากให้คนทุกคนรู้จักว่าความรักที่สวยงามเช่นนี้ เป็นอย่างไร

เราทำหนังรักเรื่องนี้ ที่ในสังคมนี้ ในโลกนี้ มีอยู่จริงๆ  ทำให้ทุกคนได้รู้จัก ได้สัมผัส และได้เข้าใจ เราต้องการเท่านี้...เพียงอยากให้วันหนึ่ง...คนทั่วไปได้เข้าใจเรา....

เรื่องราว ความรักของทั้งสี่ คน  มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่สังคมเข้าใจ ความวุ่นวาย สับสน ในใจของ เธอและเธอ   บทสรุปแล้ว..มันจะเป็นอย่างไร...???

เพราะคำว่า “รัก”...เกิดขึ้นกับใครก็ได้  กับเพศไหนก็ได้ ...เพราะสุดท้ายรักก็คือ “รัก” !!!

อ้างอิงจาก: http://www.thaicinema.org/kits273yesorno.asp

บทบาทของตัวละคร

ออม – สุชารัตน์  มานะยิ่ง รับบท “พาย” นักศึกษาคณะประมงสาวน่ารัก แสนหวาน ยังไม่เคยมีความรักจริงจังสักครั้งในชีวิต
ความรัก ...มันไม่ได้อยู่แค่คำว่าเพศชาย เพศหญิงแล้วหล่ะ ไม่ว่าเขาจะเป็นเพศอะไร แค่ขอให้เป็นคนๆ นี้เท่านั้น  ความรักมันก็คือความรัก องค์ประกของสังคมต่างหากที่ตีกรอบว่าผู้หญิงต้องคู่กับผู้ชาย มันก็เลยเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในจิตใจของพายและคิม พอทำงานหนังเรื่องนี้ก็เลยเข้าใจถ้าเกิดเป็นเราขึ้นมาจริงๆ ก็คงแย่เหมือนกัน
ทำไงได้เรารักไปแล้ว ต้องขึ้นป้ายติดไว้ว่าเราเป็น ดี้ หรือเป็นอะไร  แค่เรารักคนคนนี้ ทำให้เราถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม ดี้ เลยหรือ...

“ตอนแรกที่ออมไปแคสหนังเรื่องนี้ พี่นาย- ผกก.ผู้กำกับ ให้ออมลองเล่นจริงกับ ติ๊นา-ศุภนาฎ จิตตลีลา ที่เราต้องแสดงคู่กัน แล้วพอแคสฯ เสร็จ พี่นายไม่บอกอะไรเลย   แต่ตอนหลังพี่นายมาเล่าให้ฟังว่า ตัวพี่นายเองก็ไปถามกับติ๊นาว่า แสดงคู่กับออมเป็นไงบ้าง  ซึ่งติ๊นาบอกว่า ถ้าได้แสดงกับออม คงหลงเสน่ห์ของออมได้ไม่ยาก ซึ่งตรงนี้ทำให้ตรงใจของพี่นาย-ผกก. ออมก็เลยได้รับเลือกให้แสดง แต่พอออมได้อ่านบททั้งหมด ออมกังวลมากเพราะบทที่ได้รับมันยากมากนะ  หนัง Yes or No อยากรักก็รักเลย แม้ว่ามันจะเป็นหนังน่ารัก ใสๆ  แต่สำหรับออมมันจะมีบางช่วงมันจะหนักมากๆ ที่ต้องร้องไห้หนักๆ อยู่หลายครั้ง เพราะว่าเรื่องตรงนี้มันคือความจริงมนุษย์ เราเป็นเด็กๆ กัน อยู่ด้วยกัน ทุกอย่างมันบริสุทธิ์มาก มันก็ยาก เพราะว่าตัวออมจริงๆ ก็เห็นอะไรมาบ้างแล้ว ทำให้บางครั้งออมก็คิดเยอะมากกว่าตัวละคร  บางทีออมก็กลับมาคิดนะว่า อะไร...งี่เง่าอ่ะ แค่นี้จะมางอนอะไร  แค่นี้ทำไมต้องร้องไห้ แต่นั่นมันสำหรับออมนะคะ   ก็เลยต้องมันจูนทัศนคติให้เข้ากับตัวละคร    เพราะว่าออมเป็นคนไม่ค่อยร้องไห้ ในชีวิตจริงออมร้องไห้น้อยมาก อาจจะเป็นเพราะทัศนคติเราแปลก ๆ ด้วยมั้ง มันก็เลยยากสำหรับออม

ที่สำคัญที่สุด ออมยังต้องมาเสียจูบแรกให้กับหนังเรื่องนี้อีกด้วย ซึ่งก็หนักใจอีกเหมือนกันนะเพราะออมไม่เคยเล่นบทแบบนี้มาก่อนเลย ต้องใช้สมาธิในการทำงานสูงมากๆ  ครั้งแรกออมบอกพี่นายว่า “หนูทำใจไม่ได้”  แต่พี่นายบอกว่า “ไม่ได้ ฉันจะเอาหนังส่งเมืองคานส์ด้วยนะ”  ออมก็ต้องฮึดสู้ เพราะเขาตั้งใจที่จะทำงานกับออมมากจริงๆ แต่สิ่งที่ดีคือ ได้รับประสบการณ์การทำงานที่โตขึ้นกว่าเดิม ได้โอกาสที่ พี่นาย – สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร ผู้กำกับที่เลือกงานดีๆ เช่นนี้ให้ออม”

ดิว - อริสรา  ทองบริสุทธิ์  รับบท  “เจน” สาวน้อย ดาวมหา’ลัยสวยๆ มั่น ๆ เป็นคนรักจริง และชัดเจนในความรัก
เป็นอีกมุมหนึ่งที่สะท้อนถึงวัยรุ่นในสมัยนี้ โอเค..มันก็เป็นความรักอย่างหนึ่งที่ยังไม่เคยมีใครเอามาสร้างเป็นภาพยนตร์ แล้วก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องราวความรักที่ไม่ได้บอกว่าใครเป็นพระเอกใคร เป็นนางเอก คำว่าพระเอกคืออะไร การที่เราได้ happy ending กับเพศเดียวกับเราคือผู้หญิงคนหนึ่ง หรือว่าการที่เราเสียสละเพื่อผู้หญิงที่เรารักคนหนึ่ง มันมองได้หลายมุมนะ มันบ่งบอกถึงความรักของฝ่ายหนึ่งที่สมหวังกับอีกฝ่ายหนึ่งที่เสียสละเพื่อ ความรัก มีซึ้ง มีร้องไห้ มีหัวเราะ มีอะไรอยู่ในนั้นให้ค้นหา

“ในเรื่องนี้ดิว เล่นเป็น “เจน” เป็นสาวนิเทศฯโฆษณา ดาวมหาลัย คาแรคเตอร์ก็จะสวย เปรี้ยว มั่นใจในตัวเอง  เวลารักใครรักจริง มีแฟนเป็นทอมมาตลอด ชัดเจนในเรื่องความรัก คือทุ่มเทกับความรักแบบเต็มร้อย หรือเกินร้อยด้วยซ้ำ ซึ่งเหตุผลที่ดิวรับบทนี้ เพราะสนิทกับพี่นาย ผกก. ตั้งแต่ตอนถ่ายละคร แล้วพี่นายเขาเคยพูดไว้ ถ้ามีหนังเรื่องแรกของตัวเองจะให้ดิวเล่น ก็เหมือนเราตอบรับตั้งแต่ตอนนั้น แล้วพอมาเล่นเรื่องนี้ได้ร่วมงานกับพี่นาย และทีมงานที่คุ้นเคย รู้สึกสนิทใจกันเหมือนเป็นพี่น้อง ครั้งแรกที่รู้ก็หนักใจกับบทที่ได้รับนะ เพราะก่อนหน้านี้ตั้งแต่มีข่าว ใครๆ ก็มองเราแบบนั้นอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้เราคงจะไปห้ามความคิดของใครไม่ได้ แต่สําหรับดิวแล้วมองว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังรักที่มีหลากหลายรูปแบบ เป็นมุมมองความรักที่สวยงาม ตอนดิวแสดง เรายังอินไปกับบทเลย อย่างติ๊นาที่มาเล่นบท “คิม” เขาก็น่ารัก อัธยาศัยดี ก็ดีใจนะที่เราได้ทำงานนี้ เพราะมันเป็นอีกบทบาทดีๆ ต่างไปจากที่เคยผ่านมา ได้พัฒนาฝีมือการแสดงของเราด้วย

ดิวอยากบอกว่า..หนัง Yes or No อยากรักก็รักเลย  มันสะท้อนสังคมปัจจุบัน ดิวไม่อยากให้คนมองว่าการที่เป็นทอมหรือดี้ เป็นสิ่งผิดปกติอะไร แต่มันเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง เราเดินออกไปนอกบ้านเราก็เห็น ซึ่งเราเองอาจต้องเปิดใจยอมรับได้แล้ว ไม่ใช่แบบว่ามานั่งมองว่ามันเป็นเรื่องแปลกความรัก มันไม่มีอะไรแปลกหรอก อยากให้มองไปมุมนั้นมากกว่าที่จะมาสนใจว่าจริงๆ แล้วเราเป็นยังไง ดิวอยากให้ทุกคนเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการสื่อถึงในหนังเรื่องนี้ค่ะ”

ติ๊นา – ศุภนาฎ  จิตตลีลารับบท  “คิม”  นักศึกษาคณะเกษตรฯ สาวหล่อ มาดเท่ห์  ชอบเทคแคร์ มีเสน่ห์ต้องตาทั้งชายและ “หญิง”
สำหรับติ๊นา เรื่อง “หญิงรักหญิง” มันเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เป็นเรื่องที่เข้าใจได้   ตอนที่ ติ๊นาเรียน ม.ปลายอยู่ที่บ้านก็เอาเรื่องติ๊นาไปปรึกษาแม่ของเพื่อนคนอื่นว่า ลูกชั้นเบี่ยงเบนทางเพศทำยังไงดี...  แต่ตอนนั้นแม่เพื่อนก็ปลอบใจไปว่า โตขึ้นเรียนมหาลัยแล้วอาจจะเปลี่ยนไป เพราะว่าตอน ม.ปลายเราเรียนอยู่โรงเรียนหญิงล้วนด้วยมั้ง เราเลยเจอเรื่องแบบนี้บ่อยจนเห็นเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

“เรื่องนี้ ติ๊นามารับบทเป็น “คิม” สาวอารมณ์ดี ชอบเทคแคร์ นักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ที่เรียนแบบนี้เพราะที่บ้านทำไร่องุ่นอยู่ นิสัยจะคล้ายผู้ชายหน่อยๆ  พอเข้ามาเรียนในกรุงเทพต้องมาเป็นรูมเมทกับ “พาย”  (รับบทโดยออม-สุชารัตน์  มานะยิ่ง)  พายเขาไม่ชอบทอม เจอหน้ากันครั้งแรกก็ตั้งแง่ใส่กันแล้ว

ที่ ติ๊นามาเล่นหนังเรื่องนี้ได้เพราะพี่ที่รู้จักกันพาติ๊นาไปเจอพี่นาย (ผกก.)  ซึ่งตอนนั้นพี่นายเขากำลังหานักแสดงมาเล่นบทนี้อยู่ พี่เขาเห็นบุคคลิกเรามันตรงกับคาแรกเตอร์ที่เขาวางไว้ ก็คือ “คิม” จะเป็นคนที่ยังไม่รู้ ไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นอะไร เป็นแบบไหนกันแน่ พี่เขาก็เลยต้องการคนที่ดูเหมือนผู้ชายหน่อย แต่ก็ยังดูมีความเป็นผู้หญิงอยู่ด้วย รู้สึกดีใจนะคะที่พี่เขาเลือกเรา หลังจากนั้นติ๊นาต้องไปหัดเรียนการแสดงเพิ่ม ไปเรียนกีต้าร์ Ukulele เพราะในเรื่องจะต้องเล่นกีตาร์ แล้วก็ร้องเพลง “สบตา” ในฉากซึ้ง ๆ ระหว่างคิมกับพาย แต่ก็มีออมช่วยร้องด้วย ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากสำหรับติ๊นา

จากที่ได้มาร่วมงานในหนังเรื่องนี้ ทำให้ติ๊นาเข้าใจความรักในรูปแบบนี้มากขึ้นเรื่อง “หญิงรักหญิง” มันเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เป็นเรื่องที่เข้าใจได้        ตอนที่ติ๊นาเรียน ม.ปลาย ที่บ้านก็เอาเรื่องติ๊นาไปปรึกษาแม่ของเพื่อนคนอื่นว่า ลูกฉันเบี่ยงเบนทางเพศหรือเปล่าก็ไม่รู้...ทำยังไงดี    แต่ตอนนั้นแม่เพื่อนก็ปลอบใจไปว่า โตขึ้นเรียนมหาวิทยาลัยแล้วอาจจะเปลี่ยนก็ได้    เพราะว่าตอน ม.ปลายเราเรียนอยู่โรงเรียนหญิงล้วนด้วยมั้ง    เราเลยเจอเรื่องแบบนี้บ่อยจนเห็นเป็นเรื่องปกติ ธรรมดาไปแล้ว

ยังไงติ๊นาก็อยากฝากทุกคนให้ไปชมนะคะ อยากให้ลองเปิดใจกับเรื่องราวที่เชื่อว่าเราทุกคนคงเห็นคงได้รับรู้ว่ามันมี อยู่จริงๆนะ แล้วไม่ได้มีแต่มุมที่น่ากลัวเหมือนอย่างที่คิดกัน หนังเรื่องนี้ สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัยค่ะ”

บอล - สรณัฐ  ยุปานันท์   รับบท “พี่แวน” หนุ่มแสนดี อบอุ่น โรแมนติก คอยช่วยเหลือดูแลพายตั้งแต่เล็กจนโต
ผู้ชายที่อบอุ่นแสนดี มันไม่ได้ตอบโจทย์ว่าเขาจะพิชิตใจผุ้หญิงได้เหมือนกันนะ เหตุการณ์ในเรื่องนี้ มันดูเหมือนว่าจะลงเอยกันด้วยดี ถ้าบังเอิญเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นมาเสียก่อน  พาย ไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้วเจอคนมากมาย หลากหลาย ได้ไปเจอผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ดูเหมือนทอม   มันก็เลยเป็นเรื่องราวของ พายที่ต้องค้นหาตัวเขาเองว่าเขาจะเลือกใคร ระหว่างเราหรือว่าผู้หญิงคนนั้นกันแน่ ...

อิน บูโดกัน รับบท “น้าอิน” ผู้มีประสบการณ์หัวใจมาก่อน คอยให้ความช่วยเหลือให้คำปรึกษากับหลานสาวที่ไม่รู้ใจตัวเอง

สำหรับตัวอิน..อายุตอนนี้นะ อินว่าเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเขาเป็นคนดี ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน เขาดูแลตัวเองได้ รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เขาจะเดินตามทางของตัวเอง ก็ไม่เห็นมีอะไรเสียหาย แต่ว่ารุ่นผู้ใหญ่หน่อยเขาอาจจะรับไม่ได้ แต่เรารับได้ คือเราผ่านมาหมดแล้ว รู้มาหมดแล้ว รู้ว่าเราต้องการอะไร จริง ๆ แล้วการค้นหาว่าตัวเองต้องการอะไร สำคัญที่สุดนะ เราชอบแบบไหน แล้วแบบไหนสบายใจที่สุด ดีที่สุดสำหรับตัวเรา แค่เป็นคนดี แล้วไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร มันก็ไม่ผิดไม่ใช่เหรอ ในความคิดอินนะ ทำให้อินตัดสินใจเล่นเรื่องนี้ แล้วบทมันก็คือตัวอิน อินก็เคยผ่านเรื่องที่ คิม เคยเจอมาก่อน ว่าจะเอายังไงกับตัวเองดีว่ะ เราเป็นแบบไหน...

GUEST

อุ๋ย- มณีรัตน์  วงศ์จีระศักดิ์
รับบท แม่ของ “พาย” คุณแม่หัวอนุรักษ์       อยากเห็นลูกอยู่ในกรอบของสังคมไทยอย่างเหมาะสม                                             

เพชร- พุฒิพงศ์  พรหมสาขา ณ สกลนคร
รับบท พ่อของ “คิม” จอมฮา เลี้ยงลูกอย่างอิสระ ทำในสิ่งที่รัก เป็นในสิ่งที่เป็น

อ้างอิงจาก: http://www.thaicinema.org/kits273yesorno2.asp





Copyright © 2015 The Foundation of Thai Transgender Alliance for Human Rights
มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (The Foundation of Thai Transgender Alliance for Human Rights)
C/O ศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณสุขสวัสดิการและสังคม เลขที่ 25/25 ชั้น 3 อาคารคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170 โทรสาร 0-2441-9184, 0-2441-9515 ต่อ 112 (แฟกซ์อัตโนมัติ) Email: thaitga@ gmail.com